“กุสุมาลวตี” จับมือ สว.สำรอง ทวงคืบหน้าคดีฮั้ว สว. ซัด กกต. เตะถ่วง-รอผลศาล รธน.

Read Original Source
“กุสุมาลวตี” จับมือ สว.สำรอง ทวงคืบหน้าคดีฮั้ว สว. ซัด กกต. เตะถ่วง-รอผลศาล รธน.

“กุสุมาลวตี” จับมือกลุ่ม สว.สำรอง ทวงคืบหน้าคดีฮั้ว สว. ซัด กกต. ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ เจตนาเตะถ่วง-รอผลศาลรัฐธรรมนูญ ซ้ำดองคำร้องยุบพรรคภูมิใจไทย ชี้ เข้าข่ายปล้นชาติ ลั่น “มีแมวก็ต้องไม่มีหนู”


เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 21 มกราคม 2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นางกุสุมาลวตี ศิริโกมุท แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคไทยก้าวหน้า พร้อมด้วยกลุ่มสมาชิกวุฒิสภา (สว.) สำรอง นำโดย พล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว เดินทางมาทวงถามความคืบหน้ากรณีการตรวจสอบข้อกล่าวหาการทุจริตเลือก สว. เมื่อปี 2567 พร้อมเรียกร้องให้ กกต. แสดงความโปร่งใส ในการดำเนินคดีฮั้ว สว. ว่า นับตั้งแต่มีการเลือก สว. เมื่อปี 2567 โดยกระบวนการตรวจสอบยังไม่คืบหน้าใดๆ แม้จะผ่านปี 2568 ไปทั้งปี และเข้าสู่ปี 2569 แล้ว ความล่าช้าที่ กกต. ดำเนินการตรวจสอบเรื่อง สว. ล่าช้าเกินควรเป็นอย่างมาก เราได้พยายามทวงถามความคืบหน้าจาก กกต. หลายครั้ง แต่ กกต. ไม่เคยให้คำตอบที่ชัดเจน โดยได้รับข้อมูลเพียงจากหน่วยงานอื่น เช่น กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และหน่วยงานตรวจสอบอื่นๆ เท่านั้น

พล.ต.ท.คำรบ กล่าวว่า เมื่อปลายปี 2568 ดีเอสไอและอัยการมีความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหาเบื้องต้น 8 คน ในคดีฟอกเงิน คดีพิเศษที่ 24/2568 และส่งหลักฐานที่เกี่ยวเนื่องกับการฮั้ว สว. มาให้ กกต. พิจารณาตามมาตรา 49 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง แต่การประชุม กกต. เมื่อเดือนธันวาคม 2568 (มีกรรมการ 5 คน) มีมติ 3 ต่อ 2 เห็นควรนำหลักฐานมาประกอบสำนวนแต่ก็ยังไม่ดำเนินการ เพราะมีบางท่านคัดค้านรั้งหน่วง ต้องการให้ กกต.ชุดใหม่รายงานตัวก่อน

...

อย่างไรก็ตาม ในกลางเดือนมกราคม 2569 ที่ผ่านมา เมื่อ กกต. ครบ 7 คน การประชุมใหม่กลับมีมติ 4 ต่อ 3 ไม่เห็นด้วยนำหลักฐานดีเอสไอมาประกอบ ปรากฏว่ามีมติ 4 ต่อ 3 คราวนี้กลับกลายเป็นไม่เห็นด้วย ทราบว่าได้มีการถกเถียงกันพอสมควร แล้วเรื่องนี้ก็เป็นข้อกังขาเป็นอย่างยิ่งว่าเหตุใด กกต.เสียงส่วนใหญ่ จึงไม่เห็นด้วยในการนำพยานหลักฐานที่สำคัญในคดีมาประกอบในสำนวน ซึ่งเรื่องนี้เราจะต้องตรวจสอบการทำงานของ กกต.ต่อไป

“ผมตั้งข้อสังเกตว่าความล่าช้านี้อาจรอผลศาลรัฐธรรมนูญวันนี้ (21 มกราคม) ในคดีที่ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกรัฐมนตรี แทรกแซงการทำงานของดีเอสไอในคดีฮั้ว สว. ซึ่งแน่นอนว่าผลจากคำพิพากษาอาจกระทบคดีฮั้ว สว. ถ้าชี้ว่า พ.ต.อ.ทวี กับนายภูมิธรรม มีส่วนบกพร่องในเรื่องของการเข้าไปแทรกแซง ก็อาจจะมีคนนำไปขยายผลในกระบวนการสอบสวนของดีเอสไอที่รับเรื่องนี้เป็นคดีพิเศษ รวมถึง กกต. ด้วย เรื่องนี้ถือว่าเป็นการปล้นชาติปล้นแผ่นดิน เพราะฉะนั้นอย่าปล่อยให้บุคคลเหล่านี้ลอยนวลไปได้ พวกเราจะเป็น สว. หรือไม่ ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ”

ทางด้าน นางกุสุมาลวตี ระบุ อยากมองว่า กกต. ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ เพราะตนได้เคยยื่นยุบพรรคภูมิใจไทย จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีความคืบหน้า รวมถึงไม่ให้ตนมาชี้แจงเลย ซึ่งที่ผ่านมาพรรคภูมิใจไทยก็ยื่นฟ้องตนมากมาย รวมถึงไปร้องเรียนเจ้าหน้าที่เพื่อให้ตนเข้าคุก แต่ตนรู้ทัน รวมทั้งมีคำสั่งให้ฟ้องและส่งไปยังอัยการ แต่ปรากฏว่าอัยการยกฟ้อง รวมถึงวันนี้ก็ส่งไปยังผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ตนก็อยากรู้ว่าจะมีการแทรกแซงหรือไม่ แต่เรื่องนี้ตนเห็นว่าเป็นเครื่องมือของคนบางกลุ่มที่จะทำลายความยุติธรรมของการเลือกตั้ง

เรื่องคดีฮั้ว สว. มองว่ามีเส้นเงินผูกมัดคนบางกลุ่ม ในบางพรรคการเมืองเข้าข่ายผิดแน่นอน รวมทั้งผู้ที่เกี่ยวข้องกับบางพรรค หลักฐานการเงินเส้นการเงินที่กรมสอบสวนคดีพิเศษมี แต่ กกต.ชุดใหม่ กลับมีมติให้ไม่เอาเรื่องของกรมสอบสวนคดีพิเศษมาร่วมด้วย แสดงว่ากลัวความผิดหรือไม่ และประเทศไทยจะเหลืออะไร มองว่ามันไม่ถูก ไม่กลัวว่าใครจะมีตำแหน่งอะไร ถ้าทำผิดตนก็ไม่กลัว อยากให้คิดให้ดีบ้านเมืองไม่ใช่ของใคร แต่เป็นของทุกคน เราต้องช่วยกันเพราะ สว.สำรอง ไม่ได้อยากเป็น สว. แต่คิดว่าการสู้ข้างถนนมีอำนาจ ตนจึงขอไปสู้กับนายอนุทิน ชาญวีรกูล ในสภาฯ “มีแมวก็ต้องไม่มีหนู มีแมวก็ต้องไม่มีเทา”